ชะตากรรมขำไม่ออกของเหล่านักล่าสมบัติ !!

           ในโลกของเรื่องแต่งนั้น ‘นักล่าสมบัติ’ หรือ ‘นักผจญภัย’ คือหนึ่งในสาขาอาชีพหลักที่ถูกยกมาเป็นตัวดำเนินเรื่องหลักเสมอ เพราะพวกเขามักต้องออกเดินทาง ดั้นด้นไปยังที่แปลกหูแปลกตามากมายที่อยู่นอกเหนือจินตนาการของมนุษย์ ในโลกภาพยนตร์เรามีอินเดียน่า โจนส์แห่งแฟรนไชส์ยักษ์ใหญ่ที่ทำเงินเรื่อยมาหลายทศวรรษอย่าง Indiana Jones หรือนักสู้สาวที่ถูกสร้างมาจากเกมอย่างลาร่า ครอฟต์ใน Lara Croft: Tomb Raider (2001) และ Tomb Raider (2018) ที่ว่าด้วยนักเดินทางสาวออกผจญภัยตำนานลับ

           หรือหากเป็นฝั่งวรรณกรรม ใครจะไปลืมนิยายค้นหาเกาะลับอย่าง Treasure Island หรือ King Solomon’s Mines ที่สร้างสรรค์โลกเหนือจริงของเหล่านักเดินทางจนกลายเป็นหนึ่งในงานที่ทรงอิทธิพลระดับโลก เรื่อยมาจนแม้แต่บอร์ดเกมในยุคใหม่อย่าง ‘ล่าสมบัติอินคา’ (Incan Gold) ที่ผู้เล่นต้องรับบทเป็นนักผจญภัยเข้าไปสำรวจซากวิหารของชนเผ่าโบราณเพื่อหาอัญมณีล้ำค่า โดยต้องระวังไม่ให้ตัวเองโดนแมงมุมยักษ์หรือผีดิบกินระหว่างทาง!

แต่เชื่อหรือไม่ว่า

ในชีวิตจริงนั้น มีนักผจญภัยและนักสำรวจจำนวนมากที่ใช้ชีวิตอย่างสมบุกสมบันและโหดไม่แพ้ในเรื่องแต่งหรือเกมเหล่านี้เลยทีเดียว!

1.) ชาร์ลส์ อีแวนส์และทอม เบอร์ดิลลอน

          โลกอาจรู้จักชายผู้พิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกในนามของ เอ็ดมุนด์ ฮิลลารี่ ที่คว้าชัยในการปีนเขาได้เป็นคนแรกของโลกเมื่อปี 1953 แต่ในเวลาเดียวกันนั้น มีนักเดินเขาอีกสองชีวิตที่ออกเดินทางขึ้นเอเวอร์เรสต์ในวัน เดือนและปีเดียวกัน คือชาร์ลส์ อีแวนส์และทอม เบอร์ดิลลอน หากแต่น่าเสียดายที่ชื่อพวกเขาไม่ได้ถูกจารึกลงในประวัติศาสตร์อันเนื่องมาจากความอับโชคอย่างรุนแรง เพราะพวกเขาไม่เพียงแต่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนเท่านั้น แต่ความหนาวเย็น หิมะ ความกดอากาศที่ไม่เป็นใจ เลวร้ายกว่านั้นคือปริมาณออกซิเจนที่ลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ ตามความสูง ก็ทำให้พวกเขาต้องล่าถอยโดยอยู่ห่างจากยอดเพียงสามร้อยเมตรเท่านั้น สิ่งสำคัญคืออีแวนส์และเบอร์ดิลลอนแบ่งกล่องอากาศออกซิเจนด้วยกัน แต่ระหว่างที่เบอร์ดิลลอนกำลังไต่เขาขึ้นสูงเรื่อยๆ นั้น กล่องออกซิเจนของอีแวนส์กลับไม่ทำงานจนเบอร์ดิลลอนต้องตัดสินใจถอยจากเป้าหมายและพาคู่หูกลับคืนสู่ผืนดินด้านล่างอย่างน่าเศร้า

2.) โรเบิร์ต ฟาลคอน สก็อตต์

          นาวิกโยธินชาวอังกฤษที่ออกเดินทางไปสำรวจดินแดนหนาวเหน็บอย่างแอนตาร์กติก ราวปี 1901 เขาและทีมสำรวจออกเดินทางไปยังดินแดนลึกลับอย่างขั้วโลกใต้ที่ยังไม่เคยมีใครไปถึง สก็อตต์และทีมเข้ารับการอบรมอย่างเข้มงวดก่อนออกเดินทางไปยังดินแดนที่หนาวเหน็บสุดขั้วก่อนจะลงเรือไปยังแดนไกล พวกเขาถึงขั้นนำสุนัขไปด้วยเป็นจำนวนหลายตัวเพื่อเป็นตัวลากเลื่อน หากแต่อากาศที่ทารุณก็ทำให้สุนัขเกือบทั้งหมดขาดใจตายเสียก่อนจะได้ลากเลื่อนจริงๆ เสียอีก อย่างไรก็ดี สก็อตต์และทีมงานได้เป็นผู้ปักธงอังกฤษที่ขั้วโลกได้เป็นผลสำเร็จ… หากแต่น่าเสียดาย ที่พวกเขาไม่ใช่คนกลุ่มแรกที่ไปเยือนพื้นที่แห่งนั้น เพราะคณะสำรวจจากนอร์เวย์ ภายใต้การนำของ โรอัลด์ อามุนด์เซ็น ได้เข้ามาปักธงในที่แห่งนี้ก่อนหน้าพวกเขาเพียงเดือนเดียวจนได้รับการจารึกว่าเป็นคนกลุ่มแรกที่ไปถึงดินแดนแห่งนั้น

ทั้งนี้ สก็อตต์และลูกทีมคนอื่นๆ เผชิญสภาพอากาศโหดร้ายเกินต้าน ทั้งลมพายุที่พร้อมหอบพวกเขาไปไกลลิบ หิมะหนาจัดและความหนาวเหน็บที่ทำให้หายใจแทบไม่ได้ สก็อตต์ต้องเผชิญกับแผ่นน้ำแข็งยาวสุดลูกหูลูกตา พายุถล่ม และภาวะขาดอากาศหายใจตลอดจนไม่มีอาหารทำให้คนของพวกเขาค่อยๆ ทยอยจากไปทีละคน มีอยู่รายหนึ่งที่ว่ากันว่า เขาเดินหายออกไปจากเต๊นต์และไม่กลับมาอีกเพื่อจะพบว่า ร่างของเขาแข็งอยู่กลางหิมะจนไม่อาจเดินทางกลับมาได้ทัน

สก็อตต์เขียนบันทึกการเดินทางครั้งนี้ไว้อย่างกินใจว่า

“ข้าพเจ้าควรบอกเล่าความกร้าวแกร่ง อดทนและกล้าหาญของคณะเดินทางครั้งนี้ที่เป็นเสมือนหัวใจสำคัญของคนอังกฤษทั้งมวล”

ภาพจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Robert_Falcon_Scott

ภาพจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Thor_Heyerdahl

3.) ธอร์ เฮเยอร์ดาห์ล

         แม้ว่าธอร์ เฮเยอร์ดาห์ลจะเป็นคนละธอร์ เทพเจ้าแห่งค้อนผู้แข็งแกร่งของตำนานสแกนดิเนเวีย แต่เขาคือนักเดินทางชาวนอร์เวย์ที่ออกเดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกด้วย เอ่อ… แพ (!!) สร้างจากไม้บัลซาร์ เหตุผลหลักๆ คือเพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าชาวโพลีนีเซียคือผู้คนจากตะวันออกไม่ใช่ตะวันตกที่อพยพข้ามเมืองมา ซึ่งบทพิสูจน์ของเฮเยอร์ดาห์ลนั้นเรียกได้ว่าโหดหินถึงกระดูก ลำพังการออกเดินทางบนแพก็ยากเย็นพออยู่แล้ว แต่สิ่งที่เขาและลูกทีมเจอไม่ใช่แค่ลมทะเลอันเดือดดาลเท่านั้น แต่เป็นคลื่นที่พร้อมจะซัดแพให้ปลิว พายุฝนที่สาดเม็ดกระหน่ำจนป่วยไข้ เลวร้ายกว่านั้นคือวันที่ไม่มีลมจนแพต้องหยุดค้างอยู่กลางทะเลและไม่อาจเคลื่อนที่ไปไหนได้ จนพวกเขาต้องผลาญทรัพยากรและอาหารการกินไปอย่างเปล่าดาย และโหดที่สุดคือเหล่าฉลามที่เห็นแล้วว่าเจ้าแพนี่บรรจุเหยื่ออันโอชะของพวกมันมาเสิร์ฟแต่ไกล แถมมีระยะห่างแค่ไม้ไม่กี่แผ่นจนเฮเยอร์ดาห์ลและลูกทีมล้วนหวั่นไหวกับชะตาชีวิต หากแต่พวกเขาก็ประสบผลสำเร็จเมื่อบรรลุการเดินทางได้อย่างงดงาม

เรื่องราวของพวกเขาถูกนำมาสร้างเป็นหนัง Kon-Tiki (2012) ที่มาถ่ายทำที่ภูเก็ต ประเทศไทยด้วย