เป็นไปได้ไหม ที่เราจะเรียนธุรกิจจาก ...บอร์ดเกม!

อย่างที่เราต่างรู้กันดีว่า โลกของการทำงานในแวดวงธุรกิจนั้นดุเดือดไม่แพ้แวดวงอื่นๆ เพราะมันล้วนเกี่ยวข้องกับเม็ดเงินโดยตรง ทุกสิ่งทุกอย่างจึงต้องรัดกุมและเรียกร้องประสบการณ์ ความละเอียดอ่อนมากเป็นพิเศษ จนบางทีก็อดสงสัยไม่ได้ว่า แล้วอย่างนี้จะมีวิธีลับสมองประลองกลยุทธ์การทำธุรกิจบ้างไหม นอกเหนือไปจากการลงเรียนแต่ละคอร์สหรืออ่านหนังสือเป็นตั้งๆ

คำตอบคือ มีจ้า!

        บอร์ดเกมกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ลับฝีมือหลักของหลายๆ คน ไม่ใช่แค่เพราะมันเต็มไปด้วยเกมธุรกิจ แต่ยังเป็นเพราะมันสนุกอีกต่างหาก แถมไม่เหงาเพราะอย่างน้อยก็ได้เล่นรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ มีบทความจากนิตยสาร Harvard Business Review ที่วิเคราะห์ว่า เกมและบอร์ดเกมนั้นอาจจะให้ผลมากกว่าการลับฝีมือที่อื่นเสียอีก เพราะการที่มันเป็นเกมทำให้มันไม่ปรากฏผลซ้ำเดิมและทำให้ผู้เล่นต้องหาทางออกใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ

นั่นเพราะว่าโดยส่วนมากแล้ว บอร์ดเกมเหล่านี้มักจะออกแบบกลไกและเงื่อนไขที่ท้าทายผู้เล่นเป็นทุนเดิม ทั้งการหาทางเอาตัวรอดจากตลาดและพ่อค้ารายย่อยคนอื่นๆ จนต้องไปผูกมิตรกับรัฐบาลหรือฝ่ายตรงข้ามเพื่อร่วมมือกันหาทางชิงชัยในโลกทุนนิยม อันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในโลกธุรกิจแห่งความจริงเช่นกัน แม้แต่การขัดแข้งขัดขาฝ่ายตรงข้ามก็เป็นเรื่องที่ผู้เล่นต้องหาทางทำในหลายๆ เกมเพื่อดักไม่ให้คนอื่นๆ นำหน้าตัวเองไปหลายช่วงตัวจนเกินไป หรือแม้แต่หากเป็นเกมที่ต้องอาศัยการทำงานเป็นกลุ่ม หลายต่อหลายเกมก็มักจะออกแบบให้เราต้องร่วมมือกับผู้เล่นด้วยกัน คิดหาทางทำเงินจากสถานการณ์ที่ไพ่จากเกมมอบไว้ให้เรา

      เป็นอย่างที่ แมรี ไพลอน นักเขียนชาวอเมริกันเขียนไว้ในหนังสือที่ว่าด้วยบอร์ดเกมอย่าง The Monopolists: Obsession, Fury, and the Scandal Behind the World’s Favorite Board Game โดยเธอระบุว่า “บอร์ดเกมธุรกิจที่ดีคือเกมที่ให้ผู้เล่นได้เป็นทุกอย่าง ตั้งแต่ออกแบบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง แต่ราคาถูก และไม่ให้รัฐบาลเข้ามาผูกขาดสินค้า”      มีบอร์ดเกมอยู่หลายเกมทีเดียวที่เข้าข่ายอย่างที่ไพลอนระบุไว้

 

      Splendor คือบอร์ดเกมที่จำลองให้ผู้เล่นเป็นพ่อค้าเพชรหัวใส มันเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางเพราะแม้จะเป็นเกมธุรกิจ แต่กติกาของมันนั้นเรียบง่ายและเรียกร้องผู้เล่นที่ไม่เยอะจนเกินไป คือสองถึงสี่คนเท่านั้น ผู้ชนะคือคนที่สะสมแต้มจนครบ 15 แต้มก่อน หากแต่การไปคว้าชัยนั้นไม่ง่ายนักเพราะเราต้องหาเหมืองอัญมณีมาไว้ในครอบครอง จากนั้น ก็ต้องหาสายส่งเพื่อนำอัญมณีเหล่านั้นไปขาย พร้อมกันนั้นก็ต้องสานสัมพันธ์กับเหล่าชนชั้นสูงหรือขุนนางที่จะเข้ามาติดต่อเราหลังจากที่เราเริ่มมีฐานะร่ำรวย แต่ความยากก็คือ ต้องคอยหาทางขัดแข้งขัดขาพ่อค้าเพชรคนอื่นๆ ที่อาจจะดึงเหมืองไปครอง ดึงสายสัมพันธ์ขุนนางไว้กับตัว ไปจนทำให้เราล่มจมเอาได้ง่ายๆ ทั้งหมดนี้อยู่ที่ว่า เราจะเลือกไพ่อย่างไร และเดินเกมแบบไหนให้เป็นผู้คว้าชัยชนะได้ในที่สุด

 

แน่นอนว่ามันอาจเทียบเคียงกับประสบการณ์การทำธุรกิจและการล้มลุกคลุกคลานในโลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้ หากแต่ถ้าวัดกันในแง่ลับคมฝีมือและความสนุก บอร์ดเกมเหล่านี้ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับเหล่านักลงทุนที่อยากจะลองเรียนรู้ทิศทางต่างๆ ของการทำธุรกิจอยู่เหมือนกัน